![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
ละเลียดทัวร์
b y
![]()
JoHn' thE DriVER & J' thE PaSsEngeR ![]()
วันที่สองของการเดินทาง เช้าตรู่วันใหม่
สุราษฎร์ธานี
ตระเตรียมสัมภาระ เสื้อผ้าพร้อมลุยกับไอแดด ล้อหมุนออกจากเมืองร้อยเกาะเวลาประมาณ 05.45 น. มุ่งหน้าสู่เมืองกระบี่ผ่าน อ.บ้านนาสาร เข้าเส้น 44 หรือเส้น southern ระยะทาง 183 ก.ม. ถึง จังหวัดกระบี่ พี่ชายก็ขับไปเรื่อยๆตามสบาย แทบจะไม่มีรถร่วมถนนค่ะ เป็นเจ้าถนนซ๊ะงั้น เลยใช้ความเร็วได้เต็มที่ ถนนดีมาก ขับเพลินๆวุ้ย ๆ เกือบ200 แล้ว - - เลยต้องสะกิดกันนิ๊สสนุงค่ะ...ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที เดินทางเข้ามาถึง ตัวจังหวัดกระบี่ ( ห้ามคำนวณความเร็วนะครับ พี่ชายบอก 55)
... วิวข้างทาง เวลาประมาณ 06.30 ...
เห็นสองข้างทางมี สายหมอก ละเลียดยอดไม้ อากาศเย็นค่ะ ไม่น่าเชื่อ!!
เลยแวะจอดรถถ่ายรูปซักหน่อย


กองทัพต้องเดินด้วยท้องค่ะ ... หาอาหารเช้ารับประทานกันก่อน เค้าว่ากันว่า ไปที่ไหนต้องลองไปดูตลาดตอนเช้ากันบ้าง จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารท้องถิ่น ... แต่เราสองคนหาตลาดกันไม่เจอค่ะ ... เลยได้ไปนั่งรับประทานกันที่ร้าน K.U. กระบี่ ติ่มซัม เค้าบอกว่าใคร ๆ ก็ต้องรู้จัก ตามสไตล์คนท้องถิ่น สั่งโจ๊กใส่ไข่ อันนี้แนะนำเลยค่ะ ร่อยยจังฮู้!! ของพี่ชายเลือกติ๋มซัมมาได้ 8 เข่ง ....นึ่งกันสดๆ รสชาติก็ใช้ได้ค่ะ ตามประสาคนชอบชิมของพี่จอน ... ตบด้วยกาแฟร้อนและชาใส่นมอิ่มหนำสำราญ ล้างคอกันด้วยชามะลิร้อน ๆ
เช้านี้เราสองคนมีโปรแกรมพิเศษที่ซื้อ package ไว้ คือ เที่ยวพายเรือ kayak ที่เกาะห้อง และอ่าวท่าเลน แบบเต็มวันค่ะ เรือออกตอน09.00 น. แต่เราขับรถหลงกันไปมากว่าจะเข้าไปถูก วิ่งอ้อมหลงไป 60 กิโล เวรกำ!!คือ คนบอกทางเค้าที่เราโทรไปถาม เค้าก็ไม่รู้เรื่องทาง กว่าที่คนที่รู้เรื่องจะมาบอกเฮ้อ ..แต่เราก็on time พอดีค่ะ มารู้ว่าทีหลังว่า trip นี้มีแค่เราสองคนไปในทัวร์นี้ก็สบายใจเพราะกลัวว่าหลงทางไปแล้วเข้าไปไม่ทันเกรงว่าคนอื่นเค้าจะต้องรอ
ถึงที่ SEA KAYAK เรียบร้อย เตรียมตัวลงเรือค่ะ
~ พร้อม แพยาง สีหวานแหว๋วว ที่ซื้อมาจากหัวหิน ~

มีพี่ไกด์ดำน้ำและนำทาง ชื่อ พี่ดำ
พาเราสองคนพร้อมเรือหางยาวลำใหญ่ที่สามารถจุคนได้ 15 คน
มุ่งหน้าออกทะเลสู่หมู่เกาะห้อง

ฟ้าใส ทะเลไม่ค่อยมีคลื่น แดดร้อนจี๋ ... sun block SPF 50 โปะกันเข้าไป
แต่ก็ไม่รู้สึกร้อนมากนะคะ สงสัยจะตื่นเต้นมากกว่า ..กับ.. วันแรกในกระบี่

พี่ชายฯ บอกว่า. . . . . ขับรถลงไป 900 ก.ม. พอเห็นทะเลเเค่นั้นความอ่อนล้าจากการขับรถก็หายไป เหลือแต่ความสดชื่น ดีใจ ที่จะได้กลับมาเที่ยวในแบบที่ตัวผมเองรัก แต่ไม่ได้สัมผัสมาหลายปี และที่พิเศษกว่านั้นคือ การได้ไปเที่ยวกับคนที่เรารัก . . . . . ว๊าว ๆ จับใจ!
เรือก็มุ่งหน้ามาถึง กองหินหน้าเกาะห้อง หมายแรกที่เราจะลงดำผิวน้ำ

บริเวณนี้ทราบมาจากพี่ดำว่า ปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์มาก ๆ เสียดายเราไม่สามารถลงดูได้ตอนนั้น เนื่องจากน้ำขุ่นมาก ๆ และปะการังก็อยู่ในระดับความลึก 15
พี่ดำเลยพาเราสองคนอ้อมไปทางด้านหลังเกาะ ไปอีกหมายหนึ่ง

ไปถึงพี่ดำก็ชี้ชวนให้ดูนกตัวสีฟ้าสุดสวย คือ นกกระเต็น ยืนเป็นเป้านิ่งให้ถ่ายรูป
ซึ่งเป็นนกที่หาดูได้ยากพอควรค่ะ Zoom มาได้แค่เนี้ยยย! ค่ะ

แล้วพี่ดำก็ทำเสียงตื่นเต้นอีกครั้ง ...555 เรียก พี่ๆๆ ดูนู่นสิ เห็นมั้ยดอกไม้บนหน้าผา สีเหลืองๆ กำลังจะบาน นั่นคือ กล้วยไม้ เหลืองกระบี่ที่ปัจจุบันหาดูตามธรรมชาติได้ยากมาก เราสองคนโชคดีจริงๆที่ได้เห็น
ภาพมัน blur blur หน่อยนะคะ อยู่บนเรือง่า~

อีกความงามที่มีให้ชม .... เรือใบ ... ดูสงบนิ่งมาก ๆ ค่ะ

และแล้วก็ได้เวลา ตูมมม!!! ลงน้ำ ก่อนลงน้ำก็กังวลอยู่ว่า ทำไมน้ำบริเวณนี้มันมีฝุ่นอะไรแดง ๆ ลอยอยู่บริเวณผิวหน้า จะคันมั๊ยมันดูเหมือนน้ำสกปรก พี่ดำอธิบายให้ฟังว่า น้ำบริเวณนี้มี แพลงตอน ที่ตายแล้วลอยขึ้นมาพอสมควรเป็นสายสีแดงอ่อนๆเพราะตอนนี้มันร้อนจัด ลงน้ำได้ไม่คัน ... แต่ที่ทำให้คัน ระคายเคืองกับผิวหนังของเรา คือ ตัวไรทะเล ที่เวลาเราลงน้ำทะเล จะมีเสียงเปรี๊ยะๆๆ ดังข้างๆ หูเบาๆ แล้วเราจะรู้สึกคันๆ เจ็บๆ แต่ไม่เป็นไร ... พี่ชายบอกว่า .... ทนได้เพื่อสนองตัณหาตัวเอง และความสวย ใต้น้ำ.....
แต่พอดีจังหวะที่ลง แสงแดดยังไม่ค่อยมี น้ำออกขุ่นๆ เลยทำให้ดูได้ไม่ค่อยชัด มี กัลปังหาสาหร่ายทะเลสีฟ้าเข้ม ปะการังอ่อน สีชมพูๆ ประปราย แต่ที่แน่ๆ คือ ปลาเยอะมาก มีทั้งปลาเสือ ปลาสลิดหิน ปลานกแก้ว แล้วที่ไม่รู้ชื่ออีกหลายชนิด เพลิดเพลินกันพักใหญ่ประมาณ 30 นาที ... ไปต่อ ๆ ค่ะ
พี่ดำขับเรือพาไปหน้าเกาะห้อง เกาะห้อง ที่เรียกว่า เกาะห้อง เพราะจะมี บริเวณเขาล้อมรอบกลายเป็นห้องใหญ่ ๆ ทางเข้าทางออกใช้ทางเดียวกัน สามารถแล่นเรือท้องแบนหรือเรือหางยาวเข้าไปได้ พวกพี่คนเรือเค้าจะเรียกว่าLagoon

บริเวณใน ลากูน น้ำใสมั่ก ๆ ค่ะทรายสวย ตอนที่เราเข้าไปประมาณ 10.30 น.
น้ำสูงประมาณเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย
มีคนพายเรือคายัค มาชื่นชมความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์

ถ่ายรูป ซนกันอยู่สองคน สนุกมั่ก ๆ ค่ะ

... ผิวก็เริ่มแดง ... สีแทน มันเป็นอย่างงี้นี่เอง 55

พี่ดำก็เดินๆๆๆ ไปทั่วๆ ลากูน บอกจะหาปลาดาวตัวใหญ่ๆ ให้ดู เดินไปบ่นไปทำไมไม่มี ซักพักแกตะโกนเรียก พี่ๆๆ ดูปลานี่สิ ปลาปักเป้า ตัวยาวประมาณฟุตนึงเห็นจะได้ค่ะ เรา 3 คนวิ่งต้อนเจ้าตัวโต จนโดนแอบถ่ายไว้จนได้

ก็ซนกันต่อพักนึง ถ่ายรูปท่าทางต่าง ๆ ให้คุ้มกับการมาซักครั้งนึง ... ซักพักพี่ดำก็ตะโกนมาอีก มาดูเร๊วววพี่ เจ้าตัวเดิมมันพองหนามสู้ โหตัวขนาดใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า กลมเป็นลูกฟุตบอล หนามแหลมมาก ๆ พี่ดำแกบอกว่า อย่าจับ เพราะหนามแหลมนั้นมีพิษ แต่อาศัยจับหางเค้า เค้าเลยตกใจ พองใหญ่เลย ... น่าตาน่ารักมาก ๆ เลยค่ะ ดูซิคะ

เจ้าปักเป้า เค้าพองตัวด้วยการกลืนน้ำเข้าไปในตัวเอง แล้วก็พอง ๆ ออก ว๊าววว... เป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติจริงๆ ค่ะ เราสองคนชอบมาก แล้วก็รอจนเค้า ปล่อยน้ำออก มีครีบด้านข้าง ๆ เหงือก ทำเหมือนกระดิกๆๆๆหู .. เค้ากำลังไล่น้ำออกจากตัว ... เหมือนโบกมือลา น่ารักจริง ๆ เลย ... ว่าไปแล้วก็หน้าเหมือนกบนะคะเนี่ย !! ถ้าไปเจอเอง ห้ามจับนะคะ จะเป็นอันตรายได้
ดูจิ ... หูกระดิกใหญ่เลยยย ... ^__*

แล้วเราก็ออกจาก lagoon ไปแวะที่หน้าเกาะห้อง เพื่อขึ้นไปเที่ยวบริเวณหาดเป็นหาดเดียวของหมู่เกาะห้องค่ะ ที่เกาะห้องนี้มีที่ ทำการอุทยานแห่งชาติโบกขรณี ตั้งอยู่ หาดทรายขาว มีฝรั่งนอนอาบแดดเป็นจำนวนมากแทบจะหานักท่องเที่ยวคนไทยไม่ได้เล้ยยย นอกจากเราสองคน ~ บริเวณอุทยานฯ จะมีที่จัดนิทรรศการ รำลึก และให้ความรู้เกี่ยวกับการอพยพหนีภัย Tsunami ด้วยค่ะ เพราะที่นี่ก็โดนเช่นกัน
หาดทรายขาวละเอียด นุ่มเท้ามาก ๆ




จุดเด่นของ หาดทรายเดียวบริเวณของเกาะห้องนอกจากจะทรายข๊าวขาวนุ่มเท้าแล้ว ก็คือ การให้อาหารปลาค่ะ ไม่ใช่เมาเรือมาแล้วอ๊วxxx ลงน้ำนะคะ 55...แค่ลงไปยืนในน้ำ แล้วเอาขนมปังแผ่นล่อ ให้พวกปลาสลิดหิน ปลาเสือ รวมถึงปลาเก๋าตัวเล็กๆ ขึ้นมากิน สนุกสนานค่ะ
ถึงแดดจะร้อนยังงัย นู๋ก็ชอบบบ!! พี่ดำบอกว่า บริเวณหน้าหาดนี้ปลาจะเยอะมาก นักท่องเที่ยวมักจะดำผิวน้ำดูปลานานาชนิด ส่วนปะการัง จะไม่ค่อยมีค่ะ

ให้ทั้งขนมปัง โดนตอดทั้งมือ เจ็บ ๆ คัน ๆ กันไป ... 555

อิ่มเอมใจกับธรรมชาติ ที่นาน ๆ จะได้สัมผัสซักครั้ง ... ได้ลอยคอ แพยาง ดำผิวน้ำดูปลานานาชนิด ถ่ายรูปพอสมควรแก่เวลา เราก็เดินทางกลับมาที่ อ่าวท่าเลน เพื่อรับประทานอาหารเที่ยง และพักผ่อนเล็กน้อย ก่อนจะไป KAYAKING กัน
ระหว่างทางก็ยังคุยกันว่าเสียดายที่ไม่ได้ลงดำน้ำตรง หมายกองหิน หน้าเกาะห้อง พี่ดำบอกว่าให้มาใหม่สิครับถ้ามีเวลา วันที่เราไปเป็นวันแรม 7 ค่ำ น้ำยังไม่นิ่งพอ วันที่น้ำทะเลจะนิ่ง และใสกิ๊ง เหมาะกับการดำผิวน้ำคือ 9 ค่ำ ถึง 11 ค่ำ แต่ ดีที่สุดคือ10 ค่ำ (ทั้ง ข้างขึ้น และ ข้างแรม) ซึ่งตรงกับวันที่เราจะออกจากกระบี่พอดี อืมมๆๆ พี่ดำ...มาบอกยั่วกิเลสซ๊ะงั้น!! อุอุ ฝากไว้ก่อน..!
พี่ชายเลยลองเช็คราคาดูว่าเท่าไหร่ .. พี่ดำแนะนำให้เหมาเรือราคา 1800 บาททั้งวัน น่าจะถูกกว่า เพราะ package ที่เราซื้อคิดเป็นรายคนจะแพงกว่า และเราสองคนจะมีเวลาวันสุดท้ายที่กระบี่จริงๆ แค่ครึ่งวันเพราะวันนั้นเราต้องตีรถกลับไปพักที่ชุมพร ระยะทางจากชุมพรไปกระบี่ก็ประมาณ 400 ก.ม. อืมๆ พี่ชายคงคิดในใจ.. ขอเก็บไปคิดเป็นการบ้านก่อน
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบค่ะ ... ติดตามต่อ entry หน้านะคะ
ขอทิ้งท้าย entry นี้ ด้วยภาพนี้ค่ะ
. . . ป้ายห้ามเก็บเปลือกหอย . . .
สีซีด ๆที่แขวนไว้บริเวณชายหาด จนมองไม่ค่อยจะเห็น

ทรายนุ่ม ๆ เปลือกหอยสีขาว หรือ จะเป็นก้อนหินริมหาด
ที่ถูกเกลียวคลื่นขัดเกลาให้มันวั๊ปป น่าเก็บมาใช่มั๊ยหล่ะคะ ??
หรือ ที่บางคนคิดว่า จะเอาไปเก็บไว้ในขวดโหล หรือในแก้วสวย ๆ
. . . ปล่อยเค้าไว้ตามธรรมชาติเถอะค่ะ . . .
ถ้าเราเอามา ไม่นานเราก็ลืม ไร้คุณค่า
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
หากแต่ถ้าช่วยกันอนุรักษ์รักษาไว้เค้ายิ่งจะทวีคุณค่าให้เรามากยิ่งขึ้น
~๐ ๐ เก็บมาแต่เพียงภาพถ่าย และความทรงจำที่สวยงาม ก็พอค่ะ ๐ ๐~
. . . . เด๊ว entry หน้าจะพาไป kayaking กับพี่ดำ ในอ่าวท่าเลนกันต่อ . . . .
นึกว่าต้องหิวอีกแล้ว แต่วิวงามนะ เราว่าเราเคยไปแหละแก กระบี่ที่ดำน้ำเด่นดัง กะ พายเรือคายัค คงมีไม่กี่ที่หรอกเนอะ
...พี่จอนนอนเกยหาดอยู่ ก๊ากๆๆๆๆ เอ่อ ล้อเล่นนะครับพี่ ขออภัย แยกไม่ออกเลยว่ารูปไหนเป็นปลาปักเป้า หุหุ ขออภัยอีกรอบครับ