ถึงตอนสุดท้ายของ "แบกเป้ไปกินซูชิ" แล้นนนค่ะ ^^''
ตั้งแต่เคยเขียนมา ไม่เคยมี series ที่ยาวขนาดนี้มาก่อน
ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ ทุก ๆ ท่านที่ติดตามจนจบseriesนี้นะคะ ^^
จนบางคนบอกว่า series entry นี้มีแต่พาไปหม่ำ ขอแอบเข้ามาหิว
ดีใจมั่ก ๆ ค่ะ ที่กลายเป็น entry ยั่วน้ำลาย ซ๊ะงั้น
อย่างงี้ต้องเรียกว่า เราไปเที่ยวที่ไหน
ก็ต้องแวะชิม แวะชม ให้ทั่วถึง ๆ
ไม่ง้านจะเรียกว่า มาไม่ถึง ... ใช่มะคะ
![]()
+ ย้ อ น ร อ ย ชิ ม .... กั น ซั ก นิ๊ ส ส นุ ง +
ตอน 1 ที่เจอมื้อเช้าที่แพงแสนแพง@ สุวรรณภูมิแอร์พ๊อตตตต
โจ๊ก ซีฟู๊ดชามละ 160 บาท โอ้วว!!และชุดอาหารเช้าซื้อขนมปังปิ้งเพิ่ม
แผ่นละ 25 ไม่รวมเนย กาแฟแก้วละ 100 .... แพงจิง ๆ ค่ะ
ตอนที่ 2-3 เป็นdinner แบบ BBQ ที่ 9th GinzaStreet
ทานกันไม่อั้น ทั้งเนื้อ หมู หอยเชลล์ อาหารทะเล ไวน์ เบียร์ ไอครีม เค้ก
all you can eatfood & drink ราคา 3000 เยน คิดต่อหัวต่อ 90 นาที
ตอนที่ 4-5 แวะร้านขนมเจ้ามีชื่อแถว ๆ ถนน Nakamise
ทั้งขนมมันจู และ ไดฟูกุ ... อร่อย ๆ ท้างน้านน
ตบท้ายด้วย happy mealมิกกี้ มินนี่ จากTokyo Disney
ตอนที่ 6 dinnerสุกี้ญี่ปุ่น หรือ Shabu Shabu ค่ะร้าน MoMo Shabu
เป็นร้าน Shabu ชื่อดังย่าน Shinjukuสั่งเพิ่มได้ไม่อั้น เพราะเป็น buffet
ตอนที่ 7 ร้าน BBQ ที่เมือง kawagushiko
ร้านนี้เป็นอาหารประเภท ปิ้ง ย่าง บนหินภูเขาไฟ บรรยากาศร้านชานเมืองนิด ๆ
ที่สำคัญมี miso soup ที่อร่อยมั่ก ๆ ไม่มีให้เติม เพราะเตรียมไว้เท่านี้จริง ๆ
ตอนที่ 8 เป็น Buffet ตามเคยมีพระเอก
เป็นRed King Crab ปูยักษ์ Alaska มาให้รับประทานกันแบบไม่อั้น
ที่Fujinoboukean Hotel.. แล้วก็แวะชิม "ไข่ดำ" เสริมสุขภาพ ที่Owakudani
ตอนที่ 9 เป็น set มื้อกลางวันที่ดูเหมือนจะไม่อิ่ม
แต่ ...พุงกาง ++ ตามด้วย ไอครีม รสวาซาบิ ที่ท่าเรือ Hagone sightseeing
![]()
สำหรับตอนสุดท้ายนี้ ปฏิบัติการยั่วน้ำลาย เริ่มต้นอีกครั้ง!!.... ขอบอกว่า เป็นอาหารมื้อที่ชอบมากที่สุดเรยค่ะ ทั้งบรรยากาศการตกแต่งของร้าน รสชาดอาหาร และ อัทธยาศัยของเจ้าของร้าน ... อ่านต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ ^^
![]()
จาก ไอครีมรสวาซาบิ entry ที่แล้ว ![]()
หลังจากนั้นก็เป็นเวลาแห่งการนั่งรถ 3 ชั่วโมง รถแวะพักที่Rest area เพื่อให้เข้าห้องน้ำแล้วซื้อของรับประทานที่ร้านสะดวกซื้อ เดินผ่านเจ้าvending machine ที่วางอยู่เรียงราย ...กลิ่นมันพาเรามายืนอยู่ที่หน้าตู้หยอดเหรียญขายกาแฟค่ะ ....มีกาแฟให้เลือกหลายสิบแบบ พี่ชายฯ เลยเลือก กาแฟดำปี๋ไม่ใส่น้ำตาล 200 เยน ...กลิ่นกาแฟช่างหอมดีจัง.... แต่ที่ประทับใจคือ หน้าเครื่องจะมีจอทีวีเล็ก ๆ เหมือนถ่ายทอดสดค่ะ .. ให้เราดูกรรมวิธีการทำกาแฟสะดวกซื้อภายในเวลา 2 นาที ว่าในตู้กาแฟทำอะไรบ้าง ทุกขั้นตอนดูกันเพลิน ๆจะได้ไม่เบื่อ .. เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู ชอบมั่ก ๆ^__*
เดินทางกันต่อค่ะ ... และแล้วรถบัสก็วิ่งมาถึงเมือง Toyohashi

เครื่องนี้ ไม่ทราบว่าอะไรค่ะ ... พี่ตุ้ม tour leader บอกว่า เป็นเครื่องช่วยเก็บข้อมูล นำมาประมวลผลของสัญญาณไฟจราจร ที่ญี่ปุ่นเค้าใช้ระบบคลื่นวัดความหนาแน่นของรถยนต์ โดยจะมีตัวตรวจจับความหนาแน่น อาจจะเป็นคลื่นเสียง หรืออย่างอื่น <<อันนี้จำม่ายได้แร้วค่ะ>> อาจจะเป็นไอ้เจ้าเครื่องนี้ก็ได้ เพราะว่า ตั้งอยู่กลางถนน <แต่มันดูคล้าย ๆ กับ โซล่าเซลล์ ยังงัยก็ไม่รู้>ระบบสัญญาณไฟจราจรจะถูกคำนวณโดยอัตโนมัติว่าจะเปิดไฟเขียวด้านใดเป็นเวลาเท่าไหร่ หากปริมาณรถยนต์ด้านไหนหนาแน่นมาก ระยะเวลาของไฟแดงจะสั้นลง คือ ปล่อยรถเร็วขึ้นนั่นเอง ... ก็ฉลาดไปอีกแบบนึง
เรามาถึงสถานี MRT จุดหมายข้างหน้าของเราคือ ไปเมือง Nagaya ด้วย Bullet Train หรือ เจ้า Shinkansen ที่เรารู้จักกันค่ะ วิ่งด้วยความเร็วเร็วประมาณ 240 KMS/Hour ไม่สัมผัสกับราง เพราะใช้พลังงานแม่เหล็ก ทำให้เจ้ารถหัวจรวด ลอยจากรางขณะรถวิ่ง จึงไม่มีเสียงดัง และ smooth as silk ... ((เหมือนการบินไทย... รึเปล่า? )) 555

ตั๋วของ Shinkansenจำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่ค่ะ เพราะไม่ได้ซื้อเอง....เพียงแค่ 2สถานีเท่านั้น ปกติถ้ารถยนต์วิ่งก็ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที เท่าน้านน~แค่สถานีรถไฟเมืองเล็กๆยังน่าตื่นตาตื่นใจ มีร้านค้ามากมาย ที่สังเกตร้านค้าสะดวกซื้อหลาย ๆ แห่ง จะมีหนังสือ xxx หรือ การ์ตูน xxx วางขายกันทั่วไป ... มิน่าหล่ะ เพื่อนถึงบอกว่า ให้ซื้อมาฝากด้วย เพราะมันหาซื้อได้ง่ายมั่ก ๆ ค่ะ
< อ่ะ ๆๆ ไม่รู้ หายไปไหนเล่มนึง .... อิอิ >

แต่ด้วยความที่ไปเป็นคณะใหญ่ ทำให้ต้องวิ่งๆๆๆ เพื่อที่จะขึ้นรถทัน จะมีเวลาบอกค่ะว่ารถจอดอยู่ที่สถานี เหลือเวลาอีกเท่าไหร่จึงจะออก เค้าจอดแค่ 2-3 นาทีเราก็ต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งค่ะ เพราะเวลามันเหลือจิ๊ดเดียวเอง ตื่นเต้นๆๆ ยังเป็นห่วงอยู่ว่าจะได้ขึ้นครบคนหรือเปล่า

ไม่นานก็มาถึงNagoya << เป็นเมืองภาคกลางของเกาะฮอนชู... ญี่ปุ่นประกอบด้วยเกาะขนาดใหญ่ 4 เกาะ จากเหนือลงใต้ มี ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ และคิวชิว>>เรามีเวลาเหลือประมาณ 1 ชั่วโมง ต้องรอรถวิ่งมารับ Shopping Time อีกแร้วค่ะ
เดินห้าง Takashimayaมีสินค้าแบรนด์เนมทุกสำนัก สาวๆญี่ปุ่นแต่งตัวกันน่ารัก แบบนุ่งไมโครสเกิร์ต ใส่ท๊อปบูทสูง ลูสซอค แล้วก็ใส่ สเวทเตอร์หนาๆ ดูน่ารักดีค่ะ แต่กระโปรงสั้นมากๆ ไม่กล้าเอากล้องออกมาถ่ายรูปเยย ... เด๊วเค้าหาว่าโรคจิต! อันที่ถ่ายมายังไม่สั้นเท่าไหร่
แต่ที่เห็นนี่ซิ ... วู้ ๆๆ ถ้าใส่คงไม่กล้าก้มเลยอ่ะค่ะ ... มีคุณตำรวจยืนท่าเท่ห์ ๆ ขยับแต่ลูกตาค่ะ ที่เหลือ ยืนนิ่งมั่ก ๆ สงสัยว่าไม้ที่เค้าใช้ค้ำยืน เอาไว้ใช้แก้เมื่อย แหง๋ ๆ ^^ 555

เดินได้ไม่นานค่ะ เราสองคนไม่ได้อะไรติดมือมาเท่าไหร่นัก แต่ชอบเดินเก็บบรรยากาศมากกว่า เจอร้านขาย smoothie yogurtต้องชิมซร๊าหน่อย 1 แก้วเล็ก 450 เยน<ประมาณ 140 บาท> ราคาพอรับได้ถ้าเทียบกับค่าครองชีพที่นี่ เห็นสีของร้านจี๊ดจ๊าด สวยงามค่ะ พยายามจะเก็บภาพมาให้ได้มากๆ ปรากฏว่าในห้างทั่วโลกจริงๆ แล้วห้ามถ่ายภาพค่ะ แอบถ่ายได้มานิดหน่อย แป๊ปเดียวเอง
พนักงานชายคนนึง เดินมาทำท่า มดเอ็กซ์ กากบาท ค่ะเป็นสัญลักษณ์ว่า " ห้าม "........คนญี่ปุ่นเค้าจะทำท่านี้ตลอด หากว่าเราไปทำอะไรผิดกฎของเค้าเข้า <<ไม่ยักกะพูดภาษาปะกิตกะเราเน๊าะ อิอิ >>.... เดินมาข้างหน้า ยกมือท่านี้ขึ้นเลยค่ะ เราก็ได้แต่ ขอโทษขอโพยเค้าไป แต่หน้าระรื่นมั่ก ๆ เพราะได้ภาพมาแว้วว~
ร้านนี้ค่ะ .... สีสัน น่าทานม๊ายยย

ร้านขายขนม ถั่วห่อแป้ง แป้งห่อถั่ว ไดฟูกุ ในห้างค่ะ สีสันสวยงาม โดยเฉพาะ packaging ดี๊ดี!

แวะผ่านร้านขนมเค้ก หน้าตาดี ๆ อร่อยด้วยน๊า ... ก็เค้กมันยั่วหนินา เลยต้องพิสูจน์!

จุดหมายปลายทางคือร้านอาหาร เอโดะอิจิ ร้านอาหารประเภท All you can eat อีกที่หนึ่ง ที่นำขบวนด้วย BBQ เหมือนเดิม ที่นี่มีทั้ง เนื้อวัว ตับ หัวใจ เนื้อหมัก เนื้อหมู เครื่องในหมูเนื้อแกะ แล้วก็ Seafood ที่นำขบวนด้วยหอยเชลล์สดตัวโตๆ ตามมาด้วยปลาหมึกเนื้อหนาๆกุ้งโต ๆแล้วก็ผักสดแถมยังมี เกี๊ยวซ่า ราเม็ง อุด้ง ที่ให้ลวกเส้นเอง เทมปุระที่อร่อยจนต้องเติมแล้วเติมอีก ... ไม่อั้น ๆๆ ค่ะ ....ยังมี shushi ที่มีหน้าหลายๆ อย่าง มีแซลมอน มีปลาโอ มีไข่หอยเม่น มีกุ้งหวาน โอ้ย อีกเยอะแยะ มีอาหารญี่ปุ่นอีกหลายๆอย่างที่ไม่ได้ชิมทุกคน happy กับ อาหารมื้อนี้มาก ๆ .....เรียกว่า enjoy eating ของแท้สั่งตรงมาเลยค่ะ ...
<มีแต่ภาพหน้าร้านให้ชมค่ะ ถ่ายจากรถบัส .. นู๋ม่ายได้เอากล้องลงไปหม่ำข้าวด้วยอ่า>

คืนนั้นเรากลับมา Check-in ที่โรงแรม The Westin Nagoya Castleโรงแรม 5 ดาวอีกแห่ง ที่ Lobby จัดบรรยากาศคริสต์มาสได้สวยมาก ๆ ...



ขึ้นไปบนห้อง .. ว๊าววววว!! เห็น Nagoya Castel กลางคืน เปิดไฟส่องไปที่ปราสาทเต็ม ๆ เลยค่ะ

ก่อนนอนก็ถ่ายรูปอีกนิดหน่อยค่ะ ...
พรุ่งนี้จะได้กลับเมืองไทยแล้ว เวลาที่ญี่ปุ่นกับบ้านเราต่างกัน 2 ชม. พอดิบพอดีค่ะ

เช้าอีกวัน .. เรายังคงอยู่เมือง Nagoya ต่อ
* Ohaya Nagoya * ได้ชมปราสาท Nagoya ตอนแสงแรกของวัน ผ่านกระจกหน้าต่างเย็นเจี๊ยบบบ

อีกบรรยากาศตอนเช้า ๆ ด้านหน้า Westin Nagoya Castle


เป็นวันที่เป็นทางการที่สุดแร้วค่ะ ของทริปนี้ เพราะต้องไปดูงานที่โรงงาน.... สนุกสนาน ลั้นลา มาหลายวันแล้ว ... ^__* ดูงานทั้งวันค่ะ ไปเยี่ยมชมโรงงาน 2-3 แห่ง ... มีธงไทยโด้ยยยย วู้ๆ เค้าเตรียมไว้ต้อนรับอ่ะค่ะ

จบด้วยการ Shopping อีกครั้ง ไม่พลาดที่จะต้องซื้อขนม โดยเฉพาะ กูลิโกะ ญี่ปุ่น รสที่บ้านเราไม่มี เช่น บลูเบอร์รี่ องุ่น และอีกหลาย ๆ แบบ หน้าตาแปลก ๆ ... เรียกว่าซื้อขนมและของฝากจนต้องซื้อกระเป๋าอีกใบ เพื่อเอาไว้ใส่ของฝากโดยเฉพาะเลยค่ะ ... เพราะกระเป๋าของเราสองคนไม่มีที่พอจะให้ใส่เข้าไปได้อีกแล้ว *.* กว่าจะเข้าเมือง Nagoya อีกครั้งก็มืดแล้ว ...
Dinner สุดท้ายที่จะอำลาญี่ปุ่น เป็นร้านอาหารที่ขายเฉพาะอย่างค่ะ เรียกว่า คนที่มากลางเมือง Nagoya ต้องมาที่ร้านนี้ค่ะ เค้ามีสาขาอยู่ที่ New York ด้วย และกำลังจะขยายสาขาใหม่ ๆอีก... ชื่อร้าน ยาบาทัน อาหารที่อร่อยและมีชื่อของทางร้านก็คือทงคัตสึ <ข้าวหน้าหมูทอดกรอบ ราดน้ำซอสญี่ปุ่น> บรรยากาศทั้งนอกร้าน และ ในร้านล้วนตกแต่งด้วย หมู ทั้งสิ้นค่ะ ทั้งในลิฟท์ ของที่ระลึก เพดานห้อง ข้าวของเครื่องใช้
น้องมู๋ยืนใส่หมวกแซนต้าต้อนรับอยู่หน้าร้าน พร้อมของที่ระลึก!

นั่งรออาหารมาเสริฟค่ะ .. ที่นี่เค้าจะปรุงทีละ 1 จาน ร้อน ๆ เลยต้องรอกันนานนิ๊สสนุง .. ปกติเค้าไม่รับทัวร์นะคะ แต่อาศัยเส้นเล็กน้อย ^^ เมนูก็มีให้เลือกไม่มากค่ะ ... ประมาณว่าอ่านไม่ออก เพราะม่ายมีภาษาอังกฤษ ก็ได้แต่ถามพี่ไกด์ ว่ามันมีไรให้เลือกบ้าง เจ๊เค้าบอกว่า ม่ายมีๆ ... มีอย่างเดียว แต่รับประกันว่า ทานอิ่ม แถมจะไม่หมดเอาซ๊ะด้วยซิ

ระหว่างนั่งรอ คุณลุงเจ้าของร้าน (ใส่เสื้อสีขาว) มีของที่ระลึกพิเศษแจกให้ทุกคนด้วยค่ะ โดยปกติเค้าจะขาย เพราะที่นี่มีร้านขายของที่ระลึกด้วย คุณลุงเจ้าเลือกแจกให้ด้วยตัวเอง ... ถ้าเป็น lady จะแจกให้เป็นพัดรูปหมู ส่วน gen ก็จะได้เป็นที่คั่นหนังสือรูปหมู มีหลายลายให้เลือก พี่ชายได้มาเป็นที่คั่นหนังสือรูปหมูมาเฟีย ... ใส่แว่นดำ กวนดีแฮะ!

เครื่องเคียง พร้อม ชาเขียวเย็น ๆ เสริฟพร้อมกับ ผักดอง สีม่วง เป็นออเดิร์ฟก่อน พาลให้ท้องไส้ปั่นป่วนเล็กน้อยค่ะ

แท่น แท้นนนน ....ทงคัตซึ!! มาแว้วววว
เห็นเค้ายกมาทีแรก โหววว จานใหญ่มั่ก ๆ แถมเลือกเสริฟให้เฉพาะ lady ก่อนซ๊ะด้วย
คุณลุงเจ้าของร้านบอกว่า อันนี้เป็น lady set ...Gentleman ต้องรอก่อนนน

lady set เป็นเนื้อหมูหั่นขวาง ๆ ประมาณ 6 ชิ้นโต ๆ ราดด้วยน้ำซอส ห๊อมมมมมมม หอม ... แล้วให้ปรุงด้วยผงงาดำบดละเอียด ... หอม อีกเช่นกัน ... พร้อมมิโสะซุปร้อน ๆ และข้าวอีก 1 ถ้วย ...... แค่เห็น ทงคัตซึ ก็ไม่ต้องทานข้าวแร้ววว แต่มันก็อดไม่ได้ .. ^.* ดูน้องนางแบบของเราซิคะ ... นู๋จะหม่ำแย้วนะคะ!!

กว่าจะเสริฟ lady set จนครบ .. ก็รอกันพักนึง เป็นกลยุทธ์ให้หิวมากขึ้นอีกหน่อย
... แล้วก็ได้เวลาของ Gent. set ....
ตาโตเลยค่ะ ที่ตาโตเพราะว่า ชิ้นมันใหญ่กว่าของ lady set อีกนะคะเนี่ย
เป็นเนื้อหมูชิ้นใหญ่หนา ๆ เหมือนเสต็กบ้านเรา ... แต่ใหญ่กว่ามั่ก ๆ ปรุงด้วยผงงาคั่วห๊อมมม,,หอม

คุ้มค่ากับการทนหิ้วท้องรอค่ะ ... ขนาดหนุ่ม ๆ ในกรุ๊ปที่ว่าหิว ๆ กัน บางคนยังทานไม่หมด ... แบบว่า เยอะมากกกกก ราคาก็คุ้มค่าเช่นเดียวกันค่ะ ประมาณ 1,800 - 2,000 เยน คิดเป็นเงินไทย ก็ราว ๆ 600 กว่าบาท ไม่แพงค่ะ ถ้าเทียบกับปริมาณ และ ความอร่อย .... อร่อยจนต้องเอามาเมาท์ให้ฟังค่ะ เพราะว่า ถ้าไปอีกคราวหน้าจะคิดถึงร้านนี้เป็นร้านแรกเล้ยย .. ร้านนี้ เป็นอีก 1 แรงบันดานใจให้ไปญี่ปุ่นเลยนะคะเนี่ย < เวอร์ไปมั๊ยเน๊าะ !>
กลับโรงแรมด้วยความเหนื่อยค่ะ ...ไม่ได้เหนื่อยอะไร นอกจากเหนื่อยกิน 555 แบบว่า อิ่มค่ะ ... ทุกคน happy กับการมาทัวร์ครั้งนี้ ... นี่เป็นคืนสุดท้ายแล้วที่จะได้นอนห้องที่เปิด Heater พร้อมกับบรรยากาศ X-Mas ที่เต็มไปด้วยแสงไฟประดับประดาสวยงามกลางเมือง Nagoya

กลับเมืองไทยเช้าวันรุ่งขึ้นด้วยความประทับใจ ที่สำคัญคือ แดนปลาดิบแห่งนี้ได้ใจเราไปแล้ว ตั้งเยอะ ... สิ่งดี ๆ กับความทรงจำ อาหารอร่อยหน้าตาแปลก ๆ และประสบการณ์ใหม่ที่ได้สัมผัส ... ได้เก็บเอาไว้เป็นส่วนนึงของการเดินทางของชีวิตอีกครั้งค่ะ
< < ขอบคุณพี่ชาย หม่าม๊าพี่ชาย คุณแม่ของนู๋ ที่อนุญาต กับการเดินทางครั้งนี้ > >
พี่ชายบอกว่า เราจะกลับมาที่ญี่ปุ่นอีก พร้อม ๆ กับเอาความทรงจำครั้งนี้ออกมาอีกครั้ง
ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ถูกแช่แข็งเอาไว้ อย่าให้มันละลาย เลือนลาง ไปเล้ยยย...
เพี๊ยงงงง!!
ขอบคุณทุกท่านนะคะ ที่แวะมาเยี่ยมชมเหมือนเดิม
---------------น้ อ ง ตั ว ดี -------------
![]()
๐๐ ฝาก guestbook เอาไว้ให้รู้จักกันมากขึ้นนะคะ ๐๐
น่าหม่ำจังคะ ขอเข้ามาอ่านอีกบ่อยๆ นะคะ
เป็นคำตอบที่ถูกต้อง? อิๆ
แต่เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจจริงๆเลยเนอะเจ เที่ยวได้อย่างนี้คุ้มสุดๆแล้ว ชักอยากไปบ้างละสิเรา แต่ถ้าเราไปนะ อยากไปทำนองแช่น้ำแร่ แล้วก็จิบสาเกอะ มันดูรีแลกซ์ดี (ดูแก่ไปหน่อยหรือเปล่าหว่า)